ตำนานเทพปกรณัม

ดินแดนเมโสโปเตเมีย มีลักษณะความเชื่อในเทพเจ้าและโลกหลังความตายเป็นหลัก และมีการนับถือเทพเจ้าหลายองค์

ซึ่งเทพเจ้าแต่ละองค์ก็มีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตให้คุณและโทษแก่ตนเอง เช่น อูโต เทพแห่งดวงอาทิตย์ อินันนา เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และความรัก เป็นต้น

3600-2800 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งอยู่ในยุคอูรุก (Uruk) ที่นี่มีวิหารสองแห่ง คือ วิหารสำหรับบูชาเทพอาทิตย์และวิหารสำหรับบูชาเทพอินันนา (Inanna) ซึ่งเป็นเทพีที่เป็นต้นกำเนิดของเทพีอโฟรไดทิในเทพนิยายกรีก เทพีอิชทาร์ที่บาบิโลเนีย และเทพีวีนัสที่โรมัน

เทพในช่วงนี้ของเมโสโปเตเมียมีหลายองค์ เช่น วัวกระทิง ซึ่งมีความหมายถึงสวรรค์ Enlil เป็นเทพของสายฟ้าหรือดินฟ้าอากาศ Ea เป็นเทพแห่งน้ำและมีการสร้างวิหารที่เรียกว่า “ซิกกูแรต” (Ziggurat) หมายถึง ห้องรอคอยเพื่อบูชาหรือพบพระเจ้า สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นสถานที่ติดต่อหรือเชื่อมระหว่างโลกและสวรรค์

ต่อมาเมื่อชาวอักคาเดียนเป็นใหญ่ เทพเจ้าของพวกเขาที่ชื่อว่า “มาร์ดุก” (Marduk) ก็เข้ามาเป็นเทพเจ้าสูงสุดแทนที่เทพ Enlil เดิม

หลังจากนั้นเมื่อชาวอัสซีเรียนได้ครอบครองดินแดนแถบนี้ ทำให้เทพอัสซูร์ (Assur) ซึ่งเป็นเทพประจำเมืองอัสซูร์ ได้รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวางและมีความสำคัญเท่ากับเทพมาร์ดุก (Marduk)

ต่อมาเมื่อชาวอัสซีเรียนพ่ายแพ้สงครามพระเจ้าเนบูร์คาดเนซซาร์ที่ 2 ผู้สร้างสวนลอยบาร์บิโลน ซึ่งเป็นสวนที่มีถนนกว้างปูลาดด้วยแผ่นหินและลาดด้วยยางมะตอย เพื่อให้เป็นเส้นทางของขบวนแห่เฉลิมฉลองเทพมาร์ดุก (Marduk) ที่กลับมามีบทบาทสำคัญต่อชาวเมืองบาบิโลนอีกครั้ง

ตัวอย่างตำนาน

หลังกำเนิดของพิภพ มีมังกรเพศเมียนามว่า ติอาแม็ท (Tiamat) เป็นเทพีแห่งทะเลนํ้าเค็ม เมื่อนํ้าเค็มของติอาแม็ทผสมผสานกับนํ้าจืดของเทพ อัพสุ (Apsu) ก็เกิดการปฏิสนธิของเทพองค์อื่นๆ อีกมากมาย

ต่อมาอัพสุต้องการชิงอำนาจจากจอมเทพ อีอา (EA) จึงเกิดเทวสงครามขึ้น แรก ๆ ทัพของอัพสุกับติอาแม็ททำท่าว่าจะมีชัย แต่แล้วก็เกิดมีวีรเทพซึ่งเป็นโอรสของอีอาพระนามว่า มาร์ดุค (Marduk) เข้ามาขัดขวาง

ติอาแม็ทอ้าโอษฐ์เพื่อกลืนกินมาร์ดุค แต่วีรเทพได้สาดมหาพายุเข้าไปในโอษฐ์ของนางจนหุบไม่ลง แล้วมาร์ดุคก็ใช้แหจับติอาแม็ทไว้ เอาศรเสียบร่างแล้วเอาดาบ ผ่ากายของนางออกเป็นสองซีก

ซีกหนึ่งบังเกิดเป็นหลังคาสวรรค์ อีกซีกหนึ่งเป็นท้องมหาสมุทร นอกจากนี้ มาร์ดุค ยังเอาดาบเสียบลูกตาของติอาแม็ท โลหิตที่หลั่งไหลออกมากลายเป็นแม่นํ้าสองสาย คือ ไทกริส กับ ยูเฟรติส แห่งดินแดนเมโสโปเตเมีย  ลิงค์เข้าเล่น Holiday Palace

Holiday Palace

บ้านวินเชสเตอร์, แคลิฟอร์เนีย

เมื่อสามีของซาร่าห์ วินเชสเตอร์ เสียชีวิตในปีค.ศ.1881 เรื่องลึกลับก็เกิดขึ้นกับเธอมากมาย ภรรยาม่ายผู้นี้เชื่อว่าเธอจำเป็นต้องหาวิธีป้องกันตัวเอง จากวิญญาณ ที่ตายจากการถูกยิงด้วยปืนไรเฟิลส์ยี่ห้อวินเชสเตอร์ที่สามีเธอประดิษฐ์ขึ้น ปืนวินเชสเตอร์ (Winchester) รุ่นปี 1873 ได้รับการ ขนานนามว่า ‘ปืนพิชิตตะวันตก’ หมอผีแนะนำซาร่าห์ให้ค้นหาบ้านที่เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณที่มีความเมตตาและปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายออกไป แทน ที่จะย้ายออกไป ซาร่าห์จ้างช่างไม้มาต่อห้องให้กับบ้านสไตล์วิคตอเรียนของเธอเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ เป็นเวลาถึง 31 ปีจนกระทั่งเธอตายในปีค.ศ. 1922 หลังจากซาร่าห์ตาย ช่างไม้เริ่มได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อพวกเขา ได้ยินเสียงฝีเท้า รวมทั้งเห็นวิญญาณซาร่าห์  ลิงค์เข้าเล่น Holiday Palace

Holiday Palace